สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ สะอาดและทันสมัย เพื่อให้ทุกกระบวนการของบริษัท มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนโดยใช้หลัก 3R คือ

  • ♥  ลดการใช้ทรัพยากร (Reduce)
  • ♥  หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Reuse/Recycle)
  • ♥  และฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม (Replenish)

และมีนโยบายไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (Zero Emission) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้กระบวนการสร้างอุตสาหกรรมสะดาดอย่างแท้จริง
การจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมหมายถึงความตระหนักว่าการประกอบกิจการได้ก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับมากและน้อย ในเรื่องใดหรือส่วนใดบ้างและยอมรับว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขรวมทั้งพัฒนากระบวนการประกอบกิจการ ให้สามารถลดผลกระทบพร้อมกับปกป้องและบูรณะฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมให้กลับคืนมาได้ดั่งเดิมในที่สุดเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนให้กับกิจการเองรวมทั้งสังคมชุมชนเศรษฐกิจประเทศชาติและประชาชนโดยรวมบริษัทมีนโยบายการสนับสนุนโครงการการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

  1. ปฏิบัติและติดตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้าอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง
  2. รับฟังและตอบสนองความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น
  3. กำกับดูแลและดำเนินโครงการเพื่อลดมลภาวะพร้อมทั้งดำเนินการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ
  4. จัดอบรมและให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันและให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมสะอาดและปลอดภัย

บทนำ

บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับของการดำเนินธุรกิจ ได้รณรงค์การต่อต้านการทุจริต ให้แก่บุคลากรในองค์กร เนื่องจากคณะกรรมการบริษัท เล็งเห็นความสำคัญของการต่อต้านการทุจริต จึงจัดทำนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นขึ้นตามประกาศฉบับนี้ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ที่บริษัทจะต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ และมุ่งหมายให้ทุกคนในองค์กร ได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต ภายใต้นโยบายเดียวกัน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทได้รับทราบเจตนารมณ์ของบริษัทที่มุ่งมั่นต่อต้านการทุจริต และได้กำหนด นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง

เจตนารมณ์

บริษัทมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมาตรฐานทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในทุกกิจกรรมของบริษัท
  2. เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียว่าบริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรม
  3. เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในเรื่องการบริจาค การสนับสนุน การให้ของขวัญ และการช่วยเหลือทางการเมือง

คำนิยามที่สำคัญ

  1. การทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption): การใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออำนาจในทางมิชอบ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ไม่ชอบธรรมต่อตนเอง ครอบครัว เพื่อน คนรู้จัก หรือผลประโยชน์อื่นใดอันมิควรได้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์ของผู้อื่น เช่น การให้หรือติดสินบนเจ้าพนักงานด้วยการชักชวน การเสนอ การให้หรือรับของขวัญ การช่วยเหลือทางการเมือง หรือการบริจาคในลักษณะที่มีวัตถุประสงค์แอบแฝง การให้หรือการรับสินบน การให้คำมั่นสัญญาทั้งที่เป็นเงิน สิ่งของ สิทธิประโยชน์อื่น การมีประโยชน์ทับซ้อน การปกปิดข้อเท็จจริง หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งขัดต่อศีลธรรม และจรรยาบรรณที่ดีกับหน่วยงานของรัฐหน่วยงานของเอกชนหรือบุคคลผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือทางอ้อม เพื่อให้หน่วยงานหรือ บุคคลนั้นละเว้น จากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ถูกต้องตามหลักปฏิบัติที่ได้กำหนดไว้
  2. การช่วยเหลือทางการเมือง: การให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือสิ่งของ ทรัพย์สิน  สิทธิประโยชน์อื่นใด  หรือสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวก (สถานที่พัก  สถานที่รับรอง  สถานที่ประชุม  สถานที่ชุมนุม) แก่พรรคการเมือง  นักการเมือง  หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทางการเมือง  เพื่อสนับสนุนนโยบายการกระทำอันมิควร  หรือการกระทำใดที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ  ซึ่งส่งผลต่อชุมชน  สังคม  ประเทศ  รวมทั้งเพื่อสนับสนุนให้เกิดความแตกแยกในสังคม  ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ
  3. การบริจาคเพื่อการกุศลและการสนับสนุน: การมอบเงิน สิ่งของ หรือบริการเพื่อวัตถุประสงค์ทางสังคม ซึ่งต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและไม่แฝงผลประโยชน์ที่ขัดต่อกฎหมาย
  4. ค่าของขวัญและการเลี้ยงรับรอง: การให้หรือรับของขวัญ สิทธิพิเศษ หรือการเลี้ยงรับรองในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ
  5. การให้ความสนับสนุน (Sponsorship): การที่บริษัทมอบเงิน ทรัพยากร หรือสิ่งสนับสนุนอื่น ๆ ให้กับกิจกรรม โครงการ หรือองค์กรภายนอก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ ชื่อเสียง หรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ทั้งนี้ การให้ความสนับสนุนต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส ไม่แอบแฝงผลประโยชน์ส่วนบุคคล และไม่ขัดต่อหลักการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของบริษัท
  6. ค่าอำนวยความสะดวก (Facilitation Payments): การจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์ในลักษณะเล็กน้อยแก่เจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดหรืออำนวยความสะดวกในกระบวนการหรือขั้นตอนบางอย่างที่เป็นสิทธิหรือหน้าที่ของผู้จ่ายอยู่แล้ว เช่น การขอใบอนุญาต การผ่านศุลกากร หรือการให้บริการทั่วไปที่ไม่ใช่การตัดสินใจเชิงนโยบาย
  7. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์: สถานการณ์ที่บุคคลภายในองค์กรมีผลประโยชน์ส่วนตัว หรือผลประโยชน์ของบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ การปฏิบัติหน้าที่ หรือการดำเนินการต่าง ๆ ขององค์กร โดยที่ผลประโยชน์ดังกล่าวอาจขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์สูงสุดขององค์กร และอาจนำไปสู่การกระทำที่ไม่เป็นธรรม หรือการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร ผู้มีส่วนได้เสีย หรือสังคมโดยรวม

หน้าที่ความรับผิดชอบ

ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัท กระทำการอันใดที่เป็นการเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ เพื่อประโยชน์ทางตรง หรือทางอ้อมต่อตนเอง ครอบครัว เพื่อน และคนรู้จัก ไม่ว่าตนจะอยู่ในฐานะเป็นผู้รับ ผู้ให้ หรือผู้เสนอให้สินบน ทั้งที่เป็นตัวเงิน หรือไม่เป็นตัวเงิน แก่หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่บริษัทได้ดำเนินธุรกิจ หรือติดต่อด้วย โดยจะปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเคร่งครัด

  1. คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่พิจารณาและอนุมัตินโยบายต่อต้านการทุจริต และสนับสนุนการต่อต้านทุจริตให้เกิดขึ้นในบริษัท เพื่อให้ทุกคนในบริษัทได้เข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทุจริต คอร์รัปชั่น พร้อมทั้งกรณีที่ คณะกรรมการตรวจสอบได้รายงานการกระทำการทุจริต ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ข้อแนะนำ พิจารณาบทลงโทษ และร่วมกันหาวิธีการแก้ไขปัญหา ให้กับกรรมการผู้จัดการ
  2. คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และรับผิดชอบ ดังนี้

2.1. พิจารณานโยบายต่อต้านการทุจริต ที่ได้รับจากกรรมการผู้จัดการ ให้มีความเหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ สภาพแวดล้อมของบริษัท วัฒนธรรมองค์กร และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่ออนุมัติ

2.2. พิจารณาทบทวนความเหมาะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อต้านการทุจริต ที่ได้รับจากกรรมการผู้จัดการ เลขานุการบริษัท และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่ออนุมัติ

2.3. สอบทานรายงานการตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน และการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริต ตามที่ฝ่ายตรวจสอบภายในได้เสนอ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโอกาสการทุจริตที่มีผลกระทบต่อฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทน้อยที่สุด และมีความเหมาะสม กับรูปแบบธุรกิจของบริษัท

2.4. รับแจ้งเบาะแสการกระทำอันทุจริต ที่คนในองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้อง และตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับแจ้ง และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทร่วมกันพิจารณาลงโทษ หรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว

  1. ฝ่ายตรวจสอบภายใน มีหน้าที่และรับผิดชอบ ดังนี้

3.1. ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามแผนการตรวจสอบภายในที่กำหนดไว้ และเสนอรายงานการตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน และการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริต ที่เกิดจากการตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน ให้คณะกรรมการตรวจสอบได้รับทราบ

3.2. ปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการตรวจสอบได้มอบหมาย ในเรื่องการตรวจสอบการทุจริต ที่เกี่ยวข้องกับองค์กร นอกเหนือจากแผนการตรวจสอบภายในที่ได้กำหนดไว้

  1. กรรมการผู้จัดการ มีหน้าที่และรับผิดชอบ ดังนี้

4.1. กำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริต เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

4.2. สื่อสารกับบุคลากรในองค์กร และผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้ทราบถึงนโยบายต่อต้านการทุจริต

4.3. ทบทวนความเหมาะสมของนโยบายต่อต้านการทุจริตให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ หรือข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

4.4. คอยช่วยเหลือคณะกรรมการตรวจสอบ ในการหาสืบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับแจ้ง หรืองานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับการสอบสวนเรื่องการทุจริต โดยสามารถมอบหมายงานให้กับทีมผู้บริหารที่เห็นว่าสามารถช่วยสืบหาข้อเท็จจริงได้

  

แนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต

กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัท ต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริต และจรรยาบรรณทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งทางตรง หรือทางอ้อม ดังนี้

  1. ไม่ทำพฤติกรรมใด ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการรับสินบน หรือติดสินบน แก่ผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องที่ตนทำหน้าที่รับผิดชอบทั้งโดยตรง หรือโดยอ้อม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ในทางมิชอบ ต้องปฏิบัติดังนี้

1.1. ไม่รับทรัพย์สิน สิ่งของ ของขวัญ ของกำนัลใดๆ หรือประโยชน์อื่น อันเป็นการชักนำให้เกิดการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตนทั้งนี้ก่อนการรับของที่ระลึกควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท โดยสิ่งของ หรือของขวัญที่ให้แก่กันในหน้าที่การงานควรมีราคาไม่มากและเหมาะสมในแต่ละโอกาส การให้หรือรับของขวัญในโอกาสพิเศษต้องได้รับอนุมัติและมีการบันทึกอย่างโปร่งใส

1.2. ไม่ให้ทรัพย์สิน สิ่งของ ของขวัญ หรือของกำนัลใดๆ หรือประโยชน์อื่น เพื่อจูงใจในการตัดสินใจ หรือมีผลทำให้ผู้รับไม่ปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติทางการค้าเช่นเดียวกันกับคู่ค้ารายอื่น หรือมีผลกระทบต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ทั้งนี้การให้สิ่งของตามโอกาสหรือวาระต่างๆ ต้องมีมูลค่าไม่มากจนเกินปกติวิสัย

1.3. ไม่เป็นตัวกลางในการเสนอ เงิน ทรัพย์สิน สิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ หน่วยงานราชการ หรือองค์กรใดๆ เพื่อแลกกับสิทธิพิเศษที่ไม่ควรได้ หรือทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ และข้อปฏิบัติทางกฎหมายตามที่กำหนดไว้

  1. ในการจัดซื้อจัดจ้างต้องดำเนินการผ่านขั้นตอนตามระเบียบของบริษัทมีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้
  2. การใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ และการใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญาทางธุรกิจสามารถกระทำได้ แต่ต้องใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล สามารถตรวจสอบได้
  3. ในการบริจาคเพื่อการกุศล ต้องปฏิบัติดังนี้

4.1. การใช้เงิน หรือ ทรัพย์สินของบริษัท เพื่อบริจาคการกุศล ต้องกระทำในนามบริษัทเท่านั้น โดยการบริจาคเพื่อการกุศล ต้องเป็น มูลนิธิ องค์กรสาธารณะกุศล วัด โรงเรียน โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือองค์กรเพื่อประโยชน์ต่อสังคม ที่มีใบรับรอง หรือเชื่อถือได้ สามารถตรวจสอบได้ และดำเนินการผ่านขั้นตอน ตามระเบียบของบริษัท

4.2. การบริจาคเพื่อการกุศล ในนามส่วนตัวพึงกระทำได้ แต่ต้องไม่เกี่ยวข้อง หรือทำให้เกิดข้อสงสัยได้ว่าเป็นการกระทำที่ทุจริต เพื่อหวังผลประโยชน์ใด

4.3. การบริจาคต้องดำเนินการโดยมีเอกสารยืนยันวัตถุประสงค์ชัดเจน

4.4. ห้ามใช้การบริจาคเป็นช่องทางในการทุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์

  1. ในการให้เงินสนับสนุน ต้องปฏิบัติดังนี้ การใช้เงิน หรือ ทรัพย์สินของบริษัท เพื่อสนับสนุนโครงการ ต้องระบุชื่อในนามบริษัทเท่านั้นโดยเงินสนับสนุนที่จ่ายไป ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจ ภาพลักษณ์ที่ดี และชื่อเสียงของบริษัท ทั้งนี้การเบิกจ่ายต้องระบุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ และดำเนินการผ่านขั้นตอนตามระเบียบของบริษัท การสนับสนุนต้องดำเนินการโดยมีเอกสารยืนยันวัตถุประสงค์ชัดเจน
  2. ไม่กระทำการอันใดที่เกี่ยวข้องกับการเมืองภายในบริษัท และไม่ใช้ทรัพยากรใดของบริษัท เพื่อดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทเป็นองค์กรที่ยึดมั่นในความเป็นกลางทางการเมือง สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย และการปกครองระบอบประชาธิปไตย  รวมถึงไม่มีแนวทางในการให้การช่วยเหลือทางการเมืองแก่พรรคการเมืองใด ไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือทางอ้อม
  3. หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริต หรือส่อไปในทางทุจริต ที่มีผลเกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม ต้องไม่ละเลย หรือเพิกเฉยต่อพฤติกรรมดังกล่าว ควรแจ้งให้กรรมการผู้จัดการ หรือเลขานุการบริษัท ทราบทันที หรือแจ้งผ่านช่องทางการแจ้งเบาะแส ตามที่ได้กำหนดไว้ในนโยบายนี้
  4. กรรมการ และผู้บริหารต้องตระหนักถึงความสำคัญในการเผยแพร่ ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต เพื่อให้พนักงานได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายต่อต้านการทุจริตฉบับนี้ รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดี ในเรื่องการมีความซื่อสัตย์ จริยธรรมและจรรยาบรรณ
  5. การช่วยเหลือทางการเมือง บริษัทมีความเป็นกลางทางการเมือง และไม่ใช้ทรัพยากรของบริษัทเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง
  6. การตรวจสอบและการลงโทษ  บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างสม่ำเสมอ ผุ้ที่ฝ่าฝืนจะได้รับการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของบริษัท

 

เรื่องที่รับแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนการทุจริต

  1. พบเห็นการกระทำที่ทุจริตที่เกี่ยวข้องกับองค์กร โดยทางตรง หรือทางอ้อม เช่น พบเห็นบุคคลในองค์กรติดสินบน/รับสินบน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐบาล หรือหน่วยงานเอกชน
  2. พบเห็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนตามระเบียบปฏิบัติของบริษัท หรือมีผลต่อระบบการควบคุมภายในของบริษัท จนทำให้สงสัยได้ว่า อาจจะเป็นช่องทางในการทุจริต
  3. พบเห็นการกระทำที่ทำให้บริษัทเสียผลประโยชน์ กระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท
  4. พบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม จรรยาบรรณทางธุรกิจ

 

ช่องทางการรับแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนการทุจริต

คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้พิจารณารับเรื่องแจ้งเบาะแส ข้อร้องเรียนการกระทำที่อาจทำให้เกิดความสงสัยได้ว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เกิดขึ้นกับบริษัท โดยทางตรงหรือทางอ้อม โดยผ่านช่องทางการรับเรื่องที่ได้กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้  โดยผู้ร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียด ของเรื่องที่จะแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และส่งมายังช่องทางรับเรื่อง ดังนี้

  1. แจ้งผ่านช่องทาง อีเมล์ของคณะกรรมการตรวจสอบ ที่ sawaic@ziga.co.th หรือ
  2. แจ้งผ่านช่องทาง อีเมล์ของกรรมการผู้จัดการ valarlak@ziga.co.th หรือ
  3. แจ้งผ่านช่องทาง Facebook ของบริษัท Facebook messenger หรือ
  4. แจ้งผ่านช่องทาง โทรศัพท์  02-096-5977 ต่อ 3 เลขานุการบริษัท หรือ
  5. แจ้งผ่านช่องทาง กล่องรับแจ้งเบาะแส (ตั้งอยู่ที่ห้องประชาสัมพันธ์บริษัท ชั้น 1)

ทั้งนี้หากผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน มีข้อร้องเรียน กรรมการผู้จัดการ หรือเลขานุการบริษัท ขอให้ท่านส่งเรื่องร้องเรียนมายังคณะกรรมการตรวจสอบโดยตรง

บุคคลที่สามารถแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต คือ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของบริษัทได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่แข่งทางการค้า คู้ค้า เจ้าหนี้ สังคมและสิ่งแวดล้อม  ทั้งนี้ไม่ว่าท่านจะแจ้งด้วยวิธีใดดังกล่าวข้างต้น ทางบริษัทจะรักษาความลับของผู้แจ้งเบาะแส

 

มาตรการคุ้มครอง และรักษาความลับ

เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลที่กระทำโดยเจตนาสุจริต บริษัทจะปกปิดชื่อ ที่อยู่หรือข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูลได้ และเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้

ในกรณีที่มีการร้องเรียนกรรมการผู้จัดการ คณะกรรมการตรวจสอบจะทำหน้าที่ในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูลในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ไม่ให้ได้รับความเดือนร้อน อันตรายใด หรือความไม่ชอบธรรม อันเกิดมาจากการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน การเป็นพยานหรือการให้ข้อมูล โดยขอให้ผู้ร้องเรียนส่งเรื่องร้องเรียนมายังคณะกรรมการตรวจสอบโดยตรง กรรมการผู้จัดการมีหน้าที่ในการใช้ดุลยพินิจสั่งการตามที่เห็นสมควร เพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูล

ในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน อันตรายใด หรือความไม่ชอบธรรม อันเกิดมาจากการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน การเป็นพยาน หรือการให้ข้อมูล กรรมการผู้จัดการหรือเลขานุการบริษัท สามารถมอบหมายงานให้กับผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง ทำหน้าที่แทนในการใช้ดุลยพินิจสั่งการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูลได้ โดยผู้บริหารที่ได้รับมอบหมาย ต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ได้รับแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียน ทั้งโดยทางตรง หรือทางอ้อม (เช่น ผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนโดยตรง)

ทั้งนี้ ผู้ได้รับข้อมูลจากการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูล ข้อร้องเรียน และเอกสารหลักฐานของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ ห้ามเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด

 

ขั้นตอนการดำเนินการสืบสวน และบทลงโทษ

  1. เมื่อได้รับการแจ้งเบาะแส กรรมการผู้จัดการ เลขานุการบริษัท และ คณะกรรมการตรวจสอบจะเป็นผู้กลั่นกรอง สืบสวนข้อเท็จจริง
  2. ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง กรรมการผู้จัดการ เลขานุการบริษัท และ คณะกรรมการตรวจสอบอาจจะมอบหมายให้ตัวแทน (ผู้บริหาร) แจ้งผลความคืบหน้าเป็นระยะให้ผู้แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนได้ทราบ
  3. หากการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ข้อมูลหรือหลักฐานที่มี มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาได้กระทำการทุจริตจริง บริษัทจะให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหา และให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาพิสูจน์ตนเอง โดยการหาข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำอันทุจริตตามที่ได้ถูกกล่าวหา
  4. หากผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการทุจริตจริง การทุจริตนั้นถือว่าเป็นการกระทำผิดนโยบายต่อต้านการทุจริต จรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท จะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทได้กำหนดไว้ และหากการกระทำทุจริตนั้นผิดกฎหมาย ผู้กระทำผิดอาจจะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย

ทั้งนี้โทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัท คำตัดสินของกรรมการผู้จัดการถือเป็นอันสิ้นสุด ในกรณีที่มีการร้องเรียนกรรมการผู้จัดการ เลขานุการบริษัทหรือคณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่ในการรับเรื่อง หาข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่ได้รับแจ้ง เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ให้ร่วมกันพิจารณา และกำหนดโทษตามที่เห็นสมควร

 

เพื่อให้ทุกคนในองค์กรได้รับทราบนโยบายต่อต้านการทุจริต บริษัทจะดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. บริษัทจะติดประกาศนโยบายต่อต้านการทุจริต ในสถานที่เด่นชัด ทุกคนในองค์กรสามารถอ่านได้
  2. บริษัทจะเผยแพร่นโยบายต่อต้านการทุจริต ผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) เว็บไซต์บริษัท รายงานการเปิดเผยข้อมูลประจำปี (56-1) และรายงานประจำปี (56-2)
  3. บริษัทจะจัดให้มีการอบรมนโยบายต่อต้านการทุจริตให้แก่พนักงานใหม่
  4. บริษัทจะทบทวนนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างสม่ำเสมอทุกปี

การอบรมและการสื่อสาร

บริษัทจะจัดการอบรมให้กับพนักงานทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจในนโยบายนี้ และปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง

การทบทวนและปรับปรุงนโยบาย

บริษัทจะดำเนินการทบทวนและปรับปรุงนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่องทุกปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและมาตรฐานทางธุรกิจ

บันทึกการแก้ไข

ครั้งที่ รายละเอียด วันที่มีผล หมายเหตุ
1 จัดทำใหม่ 12 พฤษภาคม 2559 อนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2559
2 ปรับปรุงแก้ไข 18 กุมภาพันธ์ 2568 อนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2568

ประกาศ ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568

______________________________

(นายไสว ฉัตรชัยรุ่งเรือง)

ประธานคณะกรรมการบริษัท

บริษัทตระหนักถึงหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อยตามสิทธิอย่างเป็นธรรม และมีนโยบายถือปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนน การรับส่วนแบ่งกำไร การรับทราบข้อมูลข่าวสาร ผลการดำเนินงาน และนโยบายการบริหารงาน อย่างสม่ำเสมอและทันเวลา โดยในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการออกเสียงลงคะแนนหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง และกรณีที่ผู้ถือหุ้นประสงค์จะแต่งตั้งบุคคลเข้าร่วมประชุมและออกเสียงแทน บริษัทได้ส่งหนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถระบุคะแนนเสียงเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงในแต่ละวาระได้ตามความประสงค์ พร้อมทั้งแนบรายละเอียดเกี่ยวกับ ชื่อและประวัติของกรรมการอิสระทั้ง 3 ท่านของบริษัท เพื่อเป็นแนวทางเลือกในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น รวมทั้งระบุเอกสารหลักฐาน และวิธีการมอบฉันทะ ไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม นอกจากนั้น ในการออกเสียงลงคะแนน บริษัทได้จัดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในทุกวาระการประชุม โดยเฉพาะวาระการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทยังได้ให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการแต่งตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะดำเนินการประชุมเรียงตามวาระที่ระบุในหนังสือนัดประชุม

บริษัทตระหนักถึงแรงสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ที่สร้างความสามารถในการแข่งขัน และสร้างกำไรให้กับบริษัท ซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จในระยะยาวของบริษัทได้ บริษัทจึงได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่แข่ง คู่ค้า เจ้าหนี้ ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุมถึงสิทธิ และผลประโยชน์ที่ผู้มีส่วนได้เสียพึงได้รับอย่างทั่วถึง การจัดให้มีช่องทางสำหรับให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถส่งความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผู้ถือหุ้น

บริษัท มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความรู้และทักษะในการบริหารจัดการ อย่างสุดความสามารถในทุกกรณี ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่และรายย่อย เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม

พนักงาน

บริษัท ได้ปฏิบัติกับพนักงานอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม รวมถึงให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ โดยจัดให้มีการอบรมพัฒนาความรู้ความสามารถแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาทักษะในการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัท ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงาน และสวัสดิการอื่นๆ เช่น โบนัส เงินชดเชยรายได้จากประกันอุบัติเหตุ และประกันชีวิต เป็นต้น

ลูกค้า

บริษัท มุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม และปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัดโดยให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยเป็นสำคัญ

คู่แข่ง

บริษัท มีความมุ่งมั่นที่จะประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี รักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบัติในการแข่งขัน และหลีกเลี่ยงวิธีการไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่แข่ง

คู่ค้า

บริษัท มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้า รวมถึงการปฏิบัติตามสัญญาต่อคู่ค้าอย่างจริงใจ ไม่เอารัดเอาเปรียบ และไม่ดำเนินการใดๆ ที่เป็นทุจริตในการค้ากับคู่ค้า

เจ้าหนี้

บริษัท มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงทางการเงินอย่างเคร่งครัด ในเรื่องวัตถุประสงค์การใช้เงิน การชำระคืน การดูแลคุณภาพหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเรื่องอื่นใดที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับเจ้าหนี้ เพื่อบรรลุประโยชน์ร่วมกัน

สังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัท จะไม่ทำการใดๆ ที่จะส่งผลเสียหายต่อสังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังต้องแสวงหาโอกาสสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ปลูกฝังจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รวมทั้งปฏิบัติและควบคุมให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแล

คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไปตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนข้อมูลที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งมีผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ และบริษัท ได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัท จะทำการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัท ต่อผู้ถือหุ้น และสาธารณชนผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของบริษัท

 

คณะกรรมการบริษัท ได้ดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ คณะกรรมการได้ดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลดังต่อไปนี้

  • รายงานประจำปี Annual Report (56 - 2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56 - 1)

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการจัดทำรายการงานประจำปี (แบบ 56 - 2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56 - 1) ที่มีข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดจนมีความชัดเจน เพียงพอที่จะสะท้อนให้เห็นการดำเนินงานของบริษัทในรอบปีที่ผ่านมา อาทิ โครงสร้างขององค์กร ลักษณะการประกอบธุรกิจ ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน โครงสร้างคณะกรรมการ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ในรอบปีที่ผ่านมาของคณะกรรมการบริษัทและคณะอนุกรรมการต่างๆ เป็นต้น

  • เว็บไซต์ของบริษัท

คณะกรรมการบริษัทตระหนักดีว่า ในปัจจุบันการเปิดเผยข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ เป็นช่องทางที่สะดวกรวดเร็ว ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันในการรับทราบข้อมูล และน่าเชื่อถือ ดังนั้นคณะกรรมการจึงได้ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบริษัทไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท (www.ziga.co.th) เพิ่มเติมจากที่ได้เปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี อาทิ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม นโยบายต่อต้านการทุจริต จรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ งบการเงินและหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและ/หรือสอบทานจากผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ข่าวสำคัญของบริษัท ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลดังกล่าวได้

ในส่วนของงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ยังไม่ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเนื่องจากกิจกรรมในเรื่องดังกล่าวยังมีไม่มากนัก แต่ได้มอบหมายให้นายปุญญพัฒน์ สุวรรณชีวะศิริ ทำหน้าที่ในการติดต่อและให้ข้อมูลต่างๆ แก่ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ตรงต่อความเป็นจริง และทั่วถึง

 

  1. โครงสร้างคณะกรรมการ
    คณะกรรมการของบริษัท ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในระดับผู้บริหารจากองค์กรต่างๆ จึงสามารถนำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถมาพัฒนาและกำหนดนโยบายทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท และผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการบริษัทจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและภาพรวมขององค์กร ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตามผลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการและประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

    โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย กรรมการอิสระมากกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ ปัจจุบัน บริษัทมีกรรมการทั้งสิ้นจำนวน 7 ท่าน แบ่งเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 4 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 3 ท่าน ซึ่งเป็นกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ

    นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ดังนี้

1.1. คณะกรรมการบริหาร บริษัท มีกรรมการบริหารทั้งสิ้น 6 ท่าน โดยคณะกรรมการบริหารจะเป็นผู้กำหนดแนวทางและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัท และเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างคล่องตัว

1.2. คณะกรรมการตรวจสอบ บริษัท มีกรรมการตรวจสอบทั้งสิ้น 3 ท่าน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่องและเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาและรับทราบ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่าน จะต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินของบริษัท ได้

1.3. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและนวัตกรรม บริษัทมีกรรมการบริหารความเสี่ยงและนวัตกรรมทั้งสิ้น 3 ท่าน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่อง และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาและรับทราบ ซึ่งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและนวัตกรรมมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและนวัตกรรม

คณะกรรมการบริษัท มีนโยบายให้ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ/หรือกรรมการผู้จัดการต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านความรับผิดชอบระหว่างการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลและการบริหารงานประจำ ทั้งนี้ บริษัท ได้แบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท กับผู้บริหารอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้บริหาร ขณะที่ผู้บริหารทำหน้าที่บริหารงานของบริษัท ในด้านต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด และเพื่อเป็นการป้องกันการมีอำนาจเบ็ดเสร็จ บริษัท จึงได้กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนในอำนาจการดำเนินงานของบริษัท (Authority Table)

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งเลขานุการบริษัท เพื่อให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 

  1. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    บริษัท กำหนดให้กรรมการบริษัท ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน(Code of Best Practices) ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการต้องเข้าใจและทราบถึงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง และต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัท และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้กำหนดนโยบาย เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ แผนธุรกิจ ตลอดจนงบประมาณของบริษัท และกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน และงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้ถือหุ้นโดยรวม

 

นโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัท มีการกำหนดมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการทำรายการระหว่างกันของบริษัท และบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ว่าผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องใดจะไม่สามารถเข้ามามีส่วนในการอนุมัติรายการดังกล่าว โดยคณะกรรมการบริษัท จะต้องดูแลให้บริษัท ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อที่กำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัท รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชีโดยเคร่งครัด

นอกจากนี้ บริษัท จะจัดให้คณะกรรมการตรวจสอบ หรือผู้สอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระ แล้วแต่กรณีพิจารณาตรวจสอบและให้ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของราคา และความสมเหตุสมผลของการทำรายงาน และจะทำการเปิดเผยรายการระหว่างกันดังกล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบหรือสอบทานโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56 - 1) และรายงานประจำปี (แบบ 56 - 2)

 

ระบบการควบคุมภายใน

บริษัท ให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติการ จึงได้มีการกำหนดขอบเขตหน้าที่และอำนาจดำเนินการอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบในการอนุมัติ การบันทึกรายการบัญชีและข้อมูลสารสนเทศ และการจัดเก็บดูแลทรัพย์สินออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังควบคุมภายในเกี่ยวกับระบบการเงิน โดยบริษัท จัดให้มีระบบรายงานทางการเงินเสนอผู้บริหารสายงานที่รับผิดชอบ โดยฝ่ายตรวจสอบภายในจะเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน และรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

บริษัท มีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนและสามารถวัดผลการดำเนินงานได้ โดยฝ่ายบริหารและจัดการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานจริงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้เป็นประจำทุกเดือน โดยจะมีการประเมินปัจจัยความเสี่ยงทั้งที่มาจากภายในที่พบในการดำเนินงาน วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่เป็นสาเหตุและมีการกำหนดมาตรการในการติดตามเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุของปัจจัยความเสี่ยง รวมทั้งมาตรการในการลดความเสี่ยง รวมถึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความเสี่ยงนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง และรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

 

  1. การประชุมคณะกรรมการ
    บริษัท มีนโยบายให้คณะกรรมการของบริษัท ต้องประชุมอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยการประชุมแต่ละครั้งได้มีการกำหนดวาระในการประชุมอย่างชัดเจนและมีการส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมรายละเอียดล่วงหน้า 7 วัน เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าประชุมรวมทั้งได้มีการจดบันทึกรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริษัท พร้อมให้คณะกรรมการบริษัท และผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้

 

  1. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร
    บริษัท มีการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารในระดับที่เหมาะสมและเป็นอัตราที่เพียงพอสำหรับการรักษากรรมการและผู้บริหารที่มีคุณภาพไว้โดยไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนที่มากเกินควร และอยู่ในระดับที่สามารถเทียบเคียงได้กับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ปัจจัยที่จะนำมาพิจารณา ประกอบด้วย ประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ ทั้งนี้ การจ่ายค่าตอบแทนของกรรมการจะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ในส่วนของค่าตอบแทนของผู้บริหาร จะเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัท กำหนดไว้ ซึ่งจะพิจารณาจากภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ ผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละท่าน ประกอบกับผลดำเนินการของบริษัท

 

  1. การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
    คณะกรรมการบริษัท มีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ซึ่งรวมถึง กรรมการ กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร และเลขานุการบริษัท เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หลักสูตรของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors Association: IOD)

การคัดเลือกบุคคลที่แต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัท จะกระทำผ่านการประชุมผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการบริษัท จะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกจากประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากบริษัท ยังไม่มีคณะกรรมการสรรหาคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว จากนั้นที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะทำการคัดเลือกกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท

 

  1. องค์ประกอบและการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท
    องค์ประกอบและการสรรหา แต่งตั้ง ถอดถอน หรือพ้นจากตำแหน่งกรรมการที่บริษัท นั้นได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

    1.1. คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน และกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด
    1.2. ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวดังต่อไปนี้

(1) ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถือ

(2) ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่เลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ ในกรณีที่เลือกตั้งบุคคลหลายคนเป็นกรรมการจะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้

(3) บุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีซึ่งบุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือเลือกตั้งในครั้งนั้นให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

1.3. ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการในขณะนั้น ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ให้จับสลากกัน ส่วนปีหลังๆ ต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง กรรมการที่จะออกตามวาระอาจถูกเลือกเข้ามารับตำแหน่งใหม่ก็ได้

1.4. กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่งให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัท การลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัท

1.5. ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ คณะกรรมการอาจเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และ/หรือตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เข้าเป็นกรรมการแทนในการประชุมคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่า 2 เดือน บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงแค่วาระที่ยังเหลืออยู่โดยมติของกรรมการต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่

1.6. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอาจลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระได้ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

 

  1. องค์ประกอบและการแต่งตั้งกรรมการอิสระ
    คณะกรรมการบริษัท จะร่วมกันพิจารณาเบื้องต้นถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัท จะพิจารณาคัดเลือกกรรมการอิสระจากผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์การทำงาน และความเหมาะสมด้านอื่นๆ ประกอบกัน จากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัท ต่อไป ทั้งนี้ บริษัท มีนโยบายในการแต่งตั้งกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด และต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน

    คุณสมบัติของกรรมการอิสระ

1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยบริษัทร่วม หรือนิติบุคคลของบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยนับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย

2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะพ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท หรือบริษัทย่อย

4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตนรวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ หรือผู้บริหาร ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วมหรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะพ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งและไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งสังกัดอยู่ เว้นแต่จะพ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคล ให้รวมถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วยเว้นแต่จะพ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

8. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท

 

  1. องค์ประกอบและการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
    คณะกรรมการบริษัท จะเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งประกอบด้วยกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 3 ท่าน โดยแต่งตั้งจากกรรมการอิสระของบริษัท ที่คุณสมบัติตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงประกาศข้อบังขับ และ/ หรือระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด นอกจากนี้ กรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังนี้

1. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง

2. ไม่เป็นกรรมการของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยลำดับเดียวกัน

3. มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในฐานะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ ต้องมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยหนึ่งคนที่มีความรู้ความสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้ ทั้งนี้ กรรมการตรวจสอบแต่ละท่านจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี

 

  1. การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
    บริษัท จะลงทุนในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเช่นเดียวกับธุรกิจหลักของบริษัท หรือกิจการที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน หรือกิจการสนับสนุนกิจการของบริษัท อันจะทำให้บริษัท มีผลประกอบการหรือผลกำไรเพิ่มมากขึ้นหรือลงทุนในธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ (Synergy) ให้กับบริษัท โดยสามารถสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท ให้มีความครบวงจรมากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท

    ทั้งนี้ในการกำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วม บริษัท จะส่งกรรมการหรือผู้บริหารที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจเพื่อเป็นตัวแทนในการบริหารกิจการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมนั้นๆ เพื่อกำหนดนโยบายที่สำคัญและควบคุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทย่อย และ/หรือ บริษัทร่วมดังกล่าว ทั้งนี้ กรรมการซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท จะต้องทำหน้าที่ในการกำกับดูแลบริษัทย่อย และ/หรือ บริษัทร่วม ให้บริหารจัดการ หรือดำเนินงาน ต่างๆ ตามนโยบายที่บริษัทกำหนด รวมถึงจะต้องใช้ดุลยพินิจตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการ และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติในเรื่องที่สำคัญของบริษัทย่อย และ/หรือบริษัทร่วม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท และเพื่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

 

  1. การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

1. ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว นำความลับและ/หรือข้อมูลภายในของบริษัทไปเปิดเผยหรือแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่นใดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และไม่ว่าจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ตาม

2. ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว ใช้ข้อมูลภายในของบริษัท ที่มีหรืออาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อทำการซื้อ ขาย เสนอซื้อ เสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ ขาย เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัท รวมถึงการโอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัท ในช่วงระยะเวลา 1 เดือน ก่อนการเปิดเผยงบการเงินต่อสาธารณชน ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะกระทำเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวโดยตนได้รับผลประโยชน์ตอบแทน ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามมาตรการทางวินัยของบริษัท

3. บริษัท ได้ดำเนินการแจ้งให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง เข้าใจและรับทราบภาระหน้าที่ในการรายงานการถือครองหลักทรัพย์ในบริษัท ของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา 59 และบทกำหนดโทษตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) รวมทั้งการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของตนเอง คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา 246 และบทกำหนดโทษตามมาตรา 298 แห่งพระบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม)

4. บริษัท ได้ดำเนินการให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ ต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา 59 และบทกำหนดโทษตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่เกิดรายการเปลี่ยนแปลง และจัดส่งสำเนารายงานนี้ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

5. ทั้งนี้ บริษัท จะแจ้งให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง ทราบเกี่ยวกับข้อกำหนดข้างต้น

บริษัท ตระหนักและให้ความสำคัญในสิทธิพื้นฐานต่างๆ ของผู้ถือหุ้น ได้แก่ สิทธิการซื้อขายหรือโอนหุ้น สิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างพอเพียง สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ การลดทุนหรือเพิ่มทุน เป็นต้น นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่างๆ ข้างต้นแล้ว บริษัท ยังได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น

  1. จัดส่งหนังสือนัดประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุมอย่างน้อย 7 วัน โดยจะระบุวัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม ตลอดจนข้อมูลประกอบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจในการประชุมอย่างครบถ้วน
  2. ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัท เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนตนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบใดแบบหนึ่งที่บริษัท ได้จัดส่งไปพร้อมหนังสือนัดประชุม
  3. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถาม แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ได้อย่างเต็มที่และอิสระ
  4. ให้สิทธิผู้ถือหุ้นรายย่อยที่รวมคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสามารถนำเสนอวาระการประชุมล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น
  5. เมื่อการประชุมเสร็จแล้ว บริษัท จะจัดทำรายงานประชุมโดยแสดงข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้

โดยภายหลังจากบริษัท ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัท จะต้องระบุความเห็นของคณะกรรมการบริษัท ไว้ในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น และจัดส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าให้แก่ผู้ถือหุ้นภายในระยะเวลาที่ ก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์กำหนด เพื่อให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลล่วงหน้าก่อนการประชุม นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นจะได้รับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์ เว็บไซต์บริษัทและการลงข่าวสารในหนังสือพิมพ์ตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายที่จะให้คณะกรรมการบริษัท เข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นโดยพร้อมเพียงกัน โดยเฉพาะประธานอนุกรรมการชุดต่างๆ เช่น ประธานกรรมการตรวจสอบ เป็นต้น เพื่อร่วมชี้แจงหรือตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในที่ประชุม

บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตท่อร้อยสายไฟ และท่อโครงสร้าง ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มาโดยตลอด อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 18 ปี ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัท เชื่อมั่นในแนวความคิดที่ว่าการดำเนินธุรกิจในสังคมที่ดี ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ย่อมสามารถทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้

การดำเนินธุรกิจของบริษัท นั้นไม่ใช่เพื่อแสวงหากำไรเพียงอย่างเดียว บริษัท มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนให้สังคมมีความแข็งแกร่ง มีความโปร่งใสและมีจริยธรรมโดยรวม โดยบริษัทตระหนักถึงการสร้างคุณค่าร่วมกันกับสังคม (Shared Value) บริษัท จึงดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม Corporate Social Responsibility หรือ "CSR" เพื่อสร้างความยั่งยืนของกิจการและสังคม ดังนี้

  1. การดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม
    บริษัทให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยปฏิบัติตามกรอบการแข่งขันทางการค้าที่สุจริตและเป็นธรรมภายใต้กรอบของกฎหมายและจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัท และยึดกติกาของการแข่งขันอย่างเสมอภาคโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย การดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าต้องไม่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของบริษัท หรือขัดต่อกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญารวมทั้งส่งเสริมให้ผู้บริหาร พนักงานใช้ทรัพยากรและทรัพย์สินของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้สินค้าและบริการที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง และไม่สนับสนุนสินค้าหรือการกระทำที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

 

  1. การต่อต้านการทุจริต
    บริษัท ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในความถูกต้อง โดยจัดให้มีแนวทางในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมและปลูกฝังให้ผู้บริหารและพนักงาน ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ไม่สนับสนุนให้มีการสร้างความสำเร็จของงานด้วยวิธีการทุจริตคณะกรรมการบริษัทมีนโยบายปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยกำหนดนโยบาย ดังนี้

• สร้างจิตสำนึก ค่านิยม ทัศนคติให้แก่พนักงานในการปฏิบัติงานตามระเบียบ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

• จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจให้เหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้พนักงานทุจริต หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตและคอร์รัปชั่นต่างๆ

• ห้ามมิให้กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานกระทำการใดๆ อันเป็นการเรียกร้อง หรือยอมรับซึ่งทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นที่ส่อไปในทางจูงใจให้ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในทางมิชอบ หรืออาจทำให้บริษัทเสียประโยชน์อันชอบธรรม

• ห้ามมิให้กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานให้หรือเสนอที่จะเสนอที่จะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลภายนอก เพื่อจูงใจให้บุคคลนั้นกระทำหรือละเว้นการกระทำใด ผิดต่อกฎหมายหรือโดยมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ของตน

 

จากนโยบายดังกล่าว บริษัท ได้แสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งทางตรงและ ทางอ้อมหากมีการให้ผลประโยชน์แก่บุคคลภายนอก ที่นอกเหนือจากเงินตราโดยผลประโยชน์ดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการตลาดของบริษัทนั้น บริษัท ได้พิจารณาถึงความเหมาะสมของผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก

 

  1. การเคารพสิทธิมนุษยชน
    สิทธิมนุษยชน คือ การรู้จักคำนึงถึงชีวิตของกันและกัน เอาใจใส่ดูแลในความทุกข์และความสุขของกันและกัน รวมทั้งช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อมีเหตุทุกข์ภัย เป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐานของการดำรงชีวิตของมนุษย์

หลักสำคัญในการเคารพสิทธิมนุษยชนสำหรับกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม นับเป็นรากฐานของการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลรวมทั้งมนุษยสัมพันธ์อันมีความเชื่อมโยงกับกิจการในลักษณะทำให้มีคุณภาพและคุณค่าสูงขึ้น จึงต้องมีความเคารพต่อชีวิตและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน

บริษัท ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นสิ่งที่มาแต่กำเนิดไม่อาจถ่ายโอน มีความเป็นตัวตน ไม่สามารถแบ่งแยกส่วนได้และมีความพึ่งพากันและกัน โดยองค์กรมีความเคารพต่อ สิทธิมนุษยชนและไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นส่งเสริมการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพด้วยการไม่เลือกปฏิบัติ ส่งเสริมความเสมอภาค ไม่แบ่งแยกเพศและชนชั้น ไม่ใช้แรงงานเด็ก และต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

 

  1. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
    บริษัทจะปฎิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมโดยมีหลักการที่สำคัญ 2 ด้านดังนี้

• บริษัท เน้นความรักความสามัคคีในหมู่พนักงาน อยู่ร่วมกันเหมือนญาติพี่น้อง ทำงานอย่างสงบสุขในบรรยากาศการทำงานที่เอื้ออำนวย และเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาศักยภาพของตนเองและนำความรู้ความสามารถร่วมกันสร้างความก้าวหน้าทั้งต่อตนเองและองค์กร จึงจัดให้มีการอบรมและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

• บริษัท จัดให้มีผลตอบแทน สวัสดิการที่เหมาะสม และเป็นธรรมแก่พนักงาน เช่น โบนัส เบี้ยขยัน ประกันสังคม เงินรางวัลพิเศษผลิตและขายเข้าเป้า ชุดยูนิฟอร์ม คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คส์ งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี จัดการแข่งขันกีฬาภายใน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ตรวจสุขภาพประจำปี เงินช่วยเหลืองานบวช/งานแต่งงาน/งานศพ

 

  1. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
    บริษัท ให้ความสำคัญในเรื่องความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมีแนวนโยบายการปฏิบัติความรับผิดชอบต่อลูกค้า ดังนี้

• ส่งมอบสินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพ ตรงตามหรือสูงกว่าความคาดหมายของลูกค้าในราคาที่เป็นธรรม

• ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า เพื่อให้ทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการให้บริการ โดยไม่มีการกล่าวเกินความเป็นจริงที่เป็นเหตุให้ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการนั้นๆ

• ติดต่อกับลูกค้าด้วยความสุภาพ มีประสิทธิภาพ และเป็นที่วางใจได้ของลูกค้า และจัดให้มีระบบกระบวนการที่ให้ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพ รวมทั้งความรวดเร็วในการตอบสนอง

• รักษาความลับของลูกค้า และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ

 

  1. การจัดการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
    บริษัท ให้ความสำคัญและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่สะอาดและทันสมัย เพื่อให้ทุกกระบวนการของบริษัทมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนโดยใช้หลัก 3R คือ ลดการใช้ทรัพยากร (Reduce) หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Reuse/Recycle) และฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม (Replenish) และมีนโยบายไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (Zero Emission) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้กระบวนการสร้างอุตสาหกรรมสะอาดอย่างแท้จริง

    การจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมหมายถึงความตระหนักว่า การประกอบกิจการได้ก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับมากและน้อย ในเรื่องใดหรือในส่วนใดบ้าง และยอมรับว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งพัฒนากระบวนการประกอบกิจการ ให้สามารถลดผลกระทบจนถึงปราศจากผลกระทบพร้อมกับปกป้องและบูรณะฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนมาได้ดังเดิมในที่สุดเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนให้กับกิจการเอง รวมทั้งสังคม ชุมชนเศรษฐกิจ ประเทศชาติและประชาชนโดยรวม

 

  1. การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม
    บริษัท ตระหนักในความเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือสังคมซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยเหลือ สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่ชุมชน ตลอดจนการพัฒนาสภาพแวดล้อมของชุมชนและสังคมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการสร้างการจ้างงานและสร้างความหลากหลายในกิจกรรมในเชิงเศรษฐกิจ การทำให้เกิดความเข้มแข็งของหน่วยงานต่างๆ ของชุมชนโดยมีแนวนโยบายการดำเนินงาน ดังนี้

• มุ่งมั่นพัฒนาให้ธุรกิจเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่การดูแลเอาใจใส่สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของชุมชน และให้ความช่วยเหลือสังคมด้วยความตั้งใจ

• ดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมทั้งชุมชนใกล้และชุมชนรอบบริษัท รวมถึงชุมชนในพื้นที่ห่างไกลที่สาธารณูปโภคเข้าไปไม่ถึง

 

นอกจากบริษัท จะมุ่งมั่นให้ความสำคัญในการพัฒนาการทำงาน และดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมแล้ว ยังได้ให้ความสำคัญกับสังคม และสิ่งแวดล้อมไม่ลดหย่อนไปกว่ากันโดย บริษัท มุ่งที่จะตอบแทนสังคม ด้วยการทำนุบำรุงสภาพสังคมไทยให้น่าอยู่ตลอดไป

 

  1. การมีนวัตกรรมและเผยแพร่นวัตกรรม
    นวัตกรรมจากความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท คือผลลัพธ์จากการประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ที่เกิดผลสำเร็จอย่างจริงจัง และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด การผลิตและกระบวนการทำงาน ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้น จะเกิดขึ้นจากการปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด หรือการพัฒนาต่อยอด

    เป้าหมายของนวัตกรรมคือการสร้างสรรค์เชิงบวก เพื่อสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งในระยะสั้น และขณะเดียวกันก็สร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการและผู้เกี่ยวข้องในระยะยาว

    นวัตกรรมที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากความคิดใหม่ๆ ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ย่อมนำไปสู่ความเจริญเติบโตที่ก้าวหน้า และความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและความยั่งยืนของกิจการเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต รวมทั้งการฟื้นฟูและพัฒนาสิ่งแวดล้อมเช่น การปรับปรุงผลิตภาพในการผลิตที่เกิดมูลค่าเพิ่ม

    ความรับผิดชอบต่อสังคมในมิติของนวัตกรรมนั้น คือการที่นวัตกรรมของบริษัท ที่นอกจากจะเป็นผลลัพธ์อันเกิดจากการประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจังแล้ว ยังสามารถสร้างความก้าวหน้าเชิงเศรษฐกิจ สร้างสุขภาวะอย่างเป็นระบบแก่สังคม มีการคำนึงถึงการสร้างคุณค่าและมูลค่าที่สมดุล รวมถึงพิจารณาความต้องการของบริษัท ควบคู่กับสังคมที่กลายเป็นการสร้างกระบวนการประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมที่เป็นนวัตกรรมอีกด้วย

8.1 นวัตกรรมที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมระดับบุคคล
การพัฒนานวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับบุคคลให้ความสำคัญกับการปลูกจิตสำนึกการเป็นผู้ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการของสังคมด้วย อันเป็นการพัฒนานวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบจากภายในสู่ภายนอกบริษัทการเปิดโอกาสให้พนักงานทำประโยชน์ หรือแสดงความเสียสละให้สังคม ทำให้เกิดประสบการณ์เรียนรู้ที่สามารถเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อสิ่งรอบตัวในทางที่ดีขึ้นได้ ทำให้พนักงานมีค่านิยมที่ดีในการทำงาน และมีความสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายทางนวัตกรรมของบริษัทเข้ากับการแก้ปัญหาของลูกค้าและสังคมได้อย่างแท้จริง

8.2 นวัตกรรมที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมระดับกิจการ
การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับบริษัทนั้น มุ่งเน้นการร่วมพัฒนานวัตกรรมกับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทที่อยู่ภายนอกที่สนใจร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมให้ดีขึ้น เป็นการสร้างนวัตกรรมที่นอกเหนือจากกระบวนการพัฒนานวัตกรรมภายในตามปกติ

การพัฒนานวัตกรรมบริษัทมองว่าจะทำให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นและ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่กิจการของบริษัทไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือในการพัฒนากับผู้อื่นภายนอก เช่น การร่วมกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน สร้างรูปแบบการทำงานร่วมกันใหม่ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือการพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท เป็นต้น

บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) มีการดำเนินการจัดทำ CSR เพื่อพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร (Corporate Governance) ไปสู่ความยั่งยืนของกิจการ (Sustainable Development) โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ตามแผนการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อพัฒนาองค์กรให้เข้มแข็ง ประสบความสำเร็จในระยะยาว และเป็นที่พึ่งของสังคมได้อย่างแท้จริง

เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน อันก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท โดยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านการดำเนินงาน จัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสเป็นธรรม ตรวจสอบได้ นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท มีดังนี้

  1. จัดซื้อจัดจ้างโดยคำนึงถึงความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งในด้านคุณภาพ ราคา และการให้บริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท
  2. จัดซื้อจัดจ้างโดยมุ่งเน้นด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ไม่เอาเปรียบคู่ค้า และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน เปิดเผยและปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของคู่ค้า
  3. จัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
  4. จัดซื้อจัดจ้างและบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจากรที่ดี (Environmental, Social and Governance : ESG) รวมถึงการพิจารณาคู่ค้าที่มีการกำกับดูแลคู่ค้าให้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติคู่ค้าบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารสายโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
  5. จัดซื้อจัดจ้างโดยคำนึงภึงความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งในด้านคุณภาพ ราคา และการให้บริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท
  6. บริหารจัดการองค์ความรู้ พร้อมทั้งผลักดันการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านจัดซื้อจัดจ้าง

บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี อีกทั้งยังตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินการด้านภาษี เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนได้เสีย จึงกำหนดนโยบายการปฏิบัติด้านภาษี ดังนี้

  1. จรรยาบรรณด้านภาษี
    มุ่งเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบด้านภาษี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคม

    แนวปฏิบัติ
    ดำเนินการบริหารจัดการ วางแผนด้านภาษีอากร และการเสียภาษีอากรให้เป็นไปตามข้อกำหนด ระเบียบปฏิบัติ และกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ กลุ่มบริษัท และผู้มีส่วนได้เสีย

    ดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเก็บเอกสารด้านภาษีให้เป็นระเบียบ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับให้เจ้าพนักงานกรมสรรพากรตรวจสอบ และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ พร้อมชี้แจงข้อซักถามตามข้อเท็จจริง

    กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ในการติดตามและศึกษาถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือรายการลดหย่อนที่ออกใหม่ตามกฎหมายภาษี รวมทั้งศึกษาหลักเกณฑ์ต่างๆเพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัท

    ใช้โครงสร้างภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งไม่ก่อให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษี หรือสร้างความซับซ้อนเพื่อประโยชน์ทางภาษี

 

  1. การบริหารความเสี่ยงด้านภาษี
    ยึกถือและปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัท

    แนวปฏิบัติ
    มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภาษีอย่างรับผิดชอบ โดยยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับภาษี

    ดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ตรงตามกำหนดเวลา ถูกต้อง และครบถ้วน

    มีการติดตามและรายงานภาษีเงินได้อย่างถูกต้องโดยผู้ตรวจสอบอิสระ

 

  1. ความโปร่งใสด้านภาษี
    การเปิดเผยข้อมูลด้านภาษีต่อภาครัฐและสาธารณะอย่างโปร่งใส โดยนำมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล กลยุทธ์ด้านภาษีมาใช้ และทำการรายงานผ่านรายงานทางการเงินของบริษัทฯ

    แนวปฏิบัติ
    มุ่งเน้นเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนตามข้อกำหนดของกฎหมายที่บังคับใช้ในทุกกิจการของบริษัท ครอบคลุมถึงข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการภาษีของกิจการนั้นๆ

    เดินหน้าสร้างความโปร่งใสทางด้านภาษีเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบข้อมูลอย่างรอบด้าน

สิทธิมนุษยชน คือ การรู้จักคำนึงถึงชีวิตของกันและกัน เอาใจใส่ดูแลในความทุกข์และความสุขของกันและกัน รวมทั้งช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อมีเหตุทุกข์ภัย เป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐานของการดำรงชีวิตของมนุษย์

หลักสำคัญในการเคารพสิทธิมนุษยชนสำหรับกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม นับเป็นรากฐานของการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลรวมทั้งมนุษยสัมพันธ์อันมีความเชื่อมโยงกับกิจการในลักษณะทำให้มีคุณภาพและคุณค่าสูงขึ้น จึงต้องมีความเคารพต่อชีวิตและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน

บริษัท ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นสิ่งที่มาแต่กำเนิดไม่อาจถ่ายโอน มีความเป็นตัวตน ไม่สามารถแบ่งแยกส่วนได้และมีความพึ่งพากันและกัน โดยองค์กรมีความเคารพต่อ สิทธิมนุษยชนและไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นส่งเสริมการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพด้วยการไม่เลือกปฏิบัติ ส่งเสริมความเสมอภาค ไม่แบ่งแยกเพศและชนชั้น ไม่ใช้แรงงานเด็ก และต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

บริษัท มีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาล จริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนั้น บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมาย และหลักสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนและปฏิบัติตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR)b ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (The International Labor Organization Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work: ILO)

กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน จะต้องตระหนักถึงการเคารพสิทธิมนุษยชน การให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักการสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจ ปราศจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจทั้งภายในบริษัท รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และสนับสนุนให้คู่ค้าและผู้ร่วมธุรกิจ มีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจโดยเคารพถึงสิทธิมนุษยชน และนำหลักการเรื่องสิทธิมนุษยชน ตามนโยบายนี้ไปปรับใช้ โดยได้กำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ดังนี้

 

  • การปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมปราศจากการเลือกปฏิบัติ
  • หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  • สนับสนุนส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
  • สื่อสาร เผยแพร่ ให้ความรู้ ทำความเข้าใจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย พร้อมทั้งให้การสนับสนุนคู่ค้าและผู้ร่วมธุรกิจ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจโดยเคารพและปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนตามแนวนโยบายนี้

แนวทางปฏิบัติ

1.ให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชน ปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมโดยไม่แบ่งแยกความแตกต่างทางกาย จิตใจ เชื้อชาติ สัญชาติ ประเทศต้นกำเนิด เผ่าพันธุ์ ศาสนา เพศ ภาษา อายุ สีผิว การศึกษา สถานะทางสังคม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม หรือเรื่องอื่นใด

2.ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจ สอดส่องดูแลเรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชน

3.สนับสนุนส่งเสริมการดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

4.สื่อสาร เผยแพร่ ให้ความรู้ ทำความเข้าใจ กำหนดแนวทาง และให้การสนับสนุนอื่นใด แก่ผู้ค้า (Supplier) และผู้ร่วมธุรกิจ (Joint Venture) เพื่อให้มีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม เคารพต่อสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนตามแนวนโยบายนี้

5.สอดส่องดูแลเรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ละเลยหรือเพิกเฉยเมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลที่รับผิดชอบทราบและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ หากมีข้อสงสัยหรือข้อซักถามให้ปรึกษากับผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลที่รับผิดชอบผ่านช่องทางต่างๆ ที่กำหนดไว้

6.บริษัทจะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองบุคคลที่แจ้งเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้รายงานผู้ร้องเรียน หรือผู้ให้ความร่วมมือในการรายงานการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณ

7.ผู้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณบริษัท ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทกำหนดไว้ นอกจากนี้อาจจะได้รับโทษตามกฎหมายหากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย

ความหมายและอภิธานศัพท์

ความหมายของจริยธรรมและจรรยาบรรณ

จริยธรรมคือพฤติกรรมที่ใช้เป็นข้อปฏิบัติในการประพฤติที่ดีที่ชอบโดยมีพื้นฐานมาจากกฎหมายศีลธรรมหรือจารีตประเพณีวัฒนธรรมของคนในแต่ละสังคม

จรรยาบรรณคือหลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บริษัทคาดหวังให้พนักงานประพฤติปฏิบัติตามเพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติของตนเองและบริษัท

 

อภิธานศัพท์

บริษัท หมายถึง บริษัท  ซิก้า อินโนเวชั่น  จำกัด (มหาชน)
ผู้มีส่วนได้เสีย หมายถึง กรรมการผู้บริหารพนักงานผู้ที่มีส่วนได้เสียและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวโยงซึ่งอาจเป็นรายการที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไม่ว่าทางตรงทาง อ้อมและอาจนำไปสู่การถ่ายเทผลประโยชน์ของบริษัท
ผู้บริหาร หมายถึง ประธานกรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / กรรมการผู้จัดการ / ผู้จัดการ และผู้บริหาร 4 รายแรกนับตั้งแต่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลงมาและผู้มีตำแหน่งเทียบเท่ารายที่4ทุกรายรวมถึงตำแหน่งในสายงานบัญชีหรือการเงินที่เป็นระดับผู้จัดการฝ่ายหรือเทียบเท่า
หลักทรัพย์ หมายถึง หุ้นสามัญ  ใบสำคัญแสดงสิทธิ  หรือตราสารอื่นๆ  ซึ่งสามารถเปลี่ยนมือได้ของบริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่อาจมีขึ้นในอนาคต
บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน หมายถึง

บุคคลที่อาจทำให้กรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการตัดสินใจดำเนินงานว่าจะคำนึงถึงประโยชน์ของบุคคลนั้น หรือประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญ ได้แก่

  1. กรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทจทะเบียน ผู้ที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุม รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องและญาติสนิทของบุคคลดังกล่าว
  2. นิติบุคคลใด ๆ ที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมเป็นบุคคลตาม (1)
  3. บุคคลใด ๆ ที่พฤติการณ์บ่งชี้ได้ว่าเป็นผู้กระทำการแทนหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของ (1) และ (2)
  4. กรรมการของนิติบุคคลที่มีอำนาจควบคุมกิจการบริษัท
  5. คู่สมรส บุตร หรือ บุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการตาม (4)
  6. นิติบุคคลที่บุคคลตาม (4) หรือ (5) มีอำนาจควบคุมกิจการ
  7. บุคคลใดที่กระทำการด้วยความเข้าใจหรือความตกลงว่าหากบริษัททำธุรกรรมที่ให้ประโยชน์ทางการเงินแก่บุคคลดังกล่าวบุคคลดังต่อไปนี้จะได้รับประโยชน์ทางการเงินด้วย

    7.1 กรรมการของบริษัท

    7.2 ผู้บริหารของบริษัท

    7.3 บุคคลที่มีอำนาจควบคุมกิจการบริษัท

    7.4 กรรมการของบุคคลที่มีอำนาจควบคุมกิจการบริษัท

    7.5 คู่สมรส บุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลตาม 7.1 ถึง 7.4

คู่แข่ง หมายถึง

บุคคล  หรือบริษัทผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกันซึ่งเสนอผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่คล้ายคลึง หรือเหมือนกัน

คู่ค้า  

ซัพพลายเออร์ (Supplier) ที่จัดหาสินค้าและบริการให้กับบริษัท

ข้อมูลภายใน  

ข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และเป็นข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์

บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส

เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ ตามหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดี อีกทั้งยังคำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรมและซื่อสัตย์สุจริต โดยเคารพเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายตกลงในการดำเนินการค้าร่วมกับคู่ค้า และกำหนด Supplier Code of Conduct เพื่อให้คู่ค้าได้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมาย และจรรยาบรรณของบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)

โดยบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญและสนับสนุนให้คู่ค้าของบริษัท ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ปฏิบัติต่อแรงงานด้วยความเป็นธรรม ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม รวมถึงติดตามการดำเนินการให้เป็นไปตามจรรยาบรรณนี้อย่างเคร่งครัด

นิยาม

บริษัท หมายถึง บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)
คู่ค้า หมายถึง ซัพพลายเออร์ (Supplier) ที่จัดหาสินค้าและบริการให้กับบริษัท

แนวปฏิบัติ

  1. การดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และโปร่งใส (Business Integrity)
    1.1 ความซื่อสัตย์และจริยธรรม การดำเนินธุรกิจของคู่ค้าต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีจริยธรรม ซึ่งรวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้

    ก) การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
    ข) ความขัดแย้งทางผลประโยชน์จะต้องได้รับการเปิดเผยและจัดการอย่างเหมาะสม ให้มั่นใจว่าบุคคลที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอย่างมีสาระสำคัญไม่มีส่วนในกระบวนการตัดสินใจในเรื่องนั้น
    ค) ไม่กระทำการใดๆที่เป็นการเรียกร้อง ขอ หรือรับผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใด ไม่ว่าสิ่งที่ได้รับนั้นจะเป็นเงินสด ของกำนัล หรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใด การเลี้ยงรับรองอื่นใด เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ช่องทางหรือโอกาสในการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจอย่างไม่เหมาะสม อันอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงการก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    ง) ไม่กีดกันหรือร่วมมือกับบุคคลอื่นกีดกันหรือขัดขวาง อันทำให้เกิดการแข่งขันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม
    จ) ประเด็นด้านจริยธรรมจะต้องได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส

    1.2 การให้ของขวัญ ของกำนัลหรือการเลี้ยงรับรอง คู่ค้า ต้องไม่เสนอให้ของขวัญ ของกำนัล เงินสินบน ค่าธรรมเนียม บริการ ส่วนลด สิทธิพิเศษอื่นๆ รวมถึงผลประโยชน์ใดๆ หรือการเลี้ยงรับรองแก่พนักงานหรือผู้บริหารของบริษัท ที่อาจทำให้ถูกตีความได้ว่าเอื้อประโยชน์ต่อคู่ค้าอย่างไม่เหมาะสม

    งดเว้นการให้ของขวัญหรือสิ่งตอบแทนรูปแบบใดๆ ทุกประเภทรวมถึงการเลี้ยงรับรองแก่ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท รวมถึงบุคคลอื่นใดที่ปฏิบัติหน้าที่ในนามของบริษัท ในทุกเทศกาลหรือโอกาสอื่นใด
    • การต่อต้านการทุจริต คู่ค้าจะต้องไม่มีการดำเนินการใดๆที่เข้าข่ายหรือมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น

 

  1. การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ (Responsible Practice)
    2.1 การเคารพสิทธิมนุษยชนและแรงงาน

    ก) ไม่เลือกปฏิบัติหรือกีดกันแรงงาน อันเนื่องมาจากความแตกต่างด้านเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา เพศ อายุ สัญชาติสิทธิความเป็นพลเมือง ความนิยมทางเพศ ความพิการ หรือเรื่องอื่นใด
    ข) ไม่กระทำหรือสนับสนุนให้มีการบังคับใช้แรงงาน รวมถึงการล่วงละเมิดหรือขมขู่คุกคามแรงงานในทุกรูปแบบ
    ค) การจ้างแรงงานเด็ก การใช้แรงงานสตรีมีครรภ์ และการจ้างแรงงานต่างด้าว ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดอย่างถูกต้องครบถ้วน
    ง) ไม่ให้ลูกจ้างทำงานเป็นเวลานานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีมีการทำงานล่วงเวลาต้องเป็นไปตามความสมัครใจของลูกจ้าง รวมทั้งจัดให้มีวันหยุดและวันลาไม่น้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด
    จ) จ่ายค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และผลประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้รับอย่างถูกต้อง เป็นธรรม ไม่ต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และตรงตามกำหนดเวลา
    ฉ) มีมาตรฐานการจ้างงานที่ชัดเจนและสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและกฎระเบียบ

    2.2 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

    ก) ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
    คู่ค้าต้องจัดหาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีการดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัติเรื่องอาชีวอนามัย กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
    ข) อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
    จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้กับลูกจ้างที่สอดคล้องตามความเสี่ยงอย่างเพียงพอ พร้อมใช้งาน และควบคุมให้เกิดการใช้งาน

    2.3 การรักษาความลับ
    คู่ค้าต้องใช้ข้อมูลที่ได้รับจากการให้บริการแก่บริษัท ด้วยความระมัดระวังและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่มีการกำหนดเป็นการเฉพาะสำหรับการให้บริการนั้นๆ ต้องมีการจัดเก็บข้อมูลของบริษัท ที่ได้รับให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด และมีแนวทางในการดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลดังกล่าว ไม่เปิดเผยหรือนำข้อมูลความลับของบริษัทไปใช้ในทางมิชอบ ตลอดจนจัดให้มีการป้องกันการเข้าถึงโดยบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการแก่บริษัท

    การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลรวมถึงการนำข้อมูลไปใช้โดยขัดต่อกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

    2.4 การเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
    คู่ค้าต้องเคารพสิทธิ ไม่ยักยอก หรือใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และผู้อื่นในทางที่ผิด และระมัดระวังไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิดังกล่าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องแล้วเท่านั้น และต้องกำหนดมาตรการการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเปิดเผยหรือใช้ทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

  1. ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

    ก) คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
    ข) ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนป้องกันมลภาวะที่อาจเกิดขึ้น และลดใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง
    ค) ร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการดำเนินการร่วมกับบริษัทเพื่อส่งเสริมการพัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก